วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ป้องกันโรคภูมิแพ้ หอบหืด ในเด็ก ลดจำนวนผู้ป่วย

โรคภูมิแพ้ หอบหืด ปัจจุบันกลายเป็นโรคที่มีสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ พบผู้ป่วยมากมายทั่วโลก เกือบ 1ใน 10 ของประชากรโลกทั้งหมด โดยประชากรที่เป็นโรคภูมิแพ้รายใหม่กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งก็คือ เด็กแรกเกิด และเด็กเล็กเพราะระบบภูมิค้มกันยังเจริญได้ไม่เต็มที่ สามารถเกิดโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้งาย และอาจเป็นไปตลอดชีวิต ดังนั้นการลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กเล็ก ถือว่าเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน และทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีโรคภูมิแพ้ หอบหืดมาเป็นอุปสรรคต่อการเีรียนรู้ ที่จริงแล้วการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากโรคภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ดี ตลอดจนอาหารการกินของคุณแม่ให้ดี โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล จะสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้

สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็เป็นปัจจัยสำคัญมากอย่างหนึ่งที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ที่เกิดและพักอาศัยในบริเวณที่ีมีมลภาวะสูง เช่นเขตจราจรกลางเืมือง พื้นทีี่โรงงานอุตสาหกรรม อาหารการกินที่ีไม่ถูกสุขลักษณะ จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้


วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ภูมิแพ้ หอบหืดแท้จริงแล้วควรรับมืออย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร การรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดก็คือการมุ่งเน้นไปที่การป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ให้ร่างกายแข็งแรงจากภายใจเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองให้เป็นปกติและที่สำคัญ ต้องหาให้เจอว่าตนเองเป็นภูมิแพ้ต่อสิ่งใดแล้วทำการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และมลภาวะต่างๆ วิธีต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้หลีกหนีภูมิแพ้ได้ในระดับหนึ่ง แต่หากยังคงมีอาการโรคภูมิแพ้อยู่หรือมีอาการรุนแรงขึ้นแพทย์จะพิจารณาใช้ยาแก้แพ้ ร่วมกับสเตอรอยด์พ่นจมูกหรือฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เพื่อบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ หอบหืดดังกล่าวให้ดีขึ้น

หากพิจารณาอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ หอบหืดในปัจจุบัน โดยแท้แล้วสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้

โรคหอบหืดโดยทั่วไปแล้วเกิดผ่านกลไกที่ไม่ต่างจากโรคภูมิแพ้นัก แต่มีอาการหนักที่หลอดลมทำให้เกิดอาการหอบหืด จากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้และหอบหืดที่พบบ่อยคือ ภูมิแพ้ หอบหืดต่อฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่การเกิดภูมิแพ้แบบหอบหืดกับอาหารทะเลก็พบได้บ่อย ความรุนแรงและความถี่ของโรคหอบหืดขึ้นอยู่กับความไวในการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ในบางรายโรคหอบหืดอาจมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ต้องป้องกันตั้งแต่เด็ก

ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพ กลายเป็นเรื่องที่นับวันยิ่งแย่ลงสวนทางกับเทคโนโลยีและความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการตื่นตัวเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหามากคือโรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด โดยจากอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้พบว่ามีโรคภูมิแพ้ หอบหืดเพิ่มขึ้นในทุกโรคโดยเฉพาะ โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก ภูมิแพ้อากาศหรือเป็นหวัดเรื้อรังก็เพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งพบการแพ้อาหาร รองลงมาจะเป็นหอบหืด ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ส่วนในเรื่องของการแพ้นมวัวที่พบมากขึ้นเพราะในการเลี้ยงวัวมีการใช้สารเคมีต่างๆซึ่งสามารถเข้าไปสะสมในน้ำนมทำให้เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเกิดภูมิแพ้นมวัวมากขั้น โดยโรคภูมิแพ้นมวัวมักพบในเด็กขวบปีแรกโดยอายุเฉลี่ยที่วินิจฉัย 14.8 เดือนและที่อายุน้อยสุดประมาณ 7 วันโดยระยะของอาการมีได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงมากเช่นใบหน้าบวม หายใจไม่ออกและอาจช็อกหมดสติได้

โดยแท้แล้วสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้

การลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กเล็ก ถือว่าเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน และทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ที่จริงแล้วการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากโรคภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ดี ตลอดจนอาหารการกินของคุณแม่ให้ดี โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล จะสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ หอบหืดกับคนเมืองที่เป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ


ปัจจุบันพบว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด และความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ หอบหืดคือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง
  • เพราะคนในเมืองอาศัยอยู่บ้านมาก มักเป็นบ้านที่มีบริเวณน้อย แออัด เป็นห้องปิดและติดเครื่องปรับอากาศเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้กันมากและภูมิแพ้มีอาการรุนแรงขึ้น ประกอบกับการทำงานที่หนักทำให้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ
  • เด็กทารกเกิดใหม่ได้กินนมแม่น้อยลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหาเกิดโรคภูมิแพ้หอบหืดขึ้นได้มาก ทั้งขณะเป็นทารกหรืออาการอาจเริ่มแสดงเมื่อโตขึ้นแล้ว
  • อาหารจานด่วนกลายเป็นที่นิยมของคนในเมืองมาก ส่วนใหญ่แล้วทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้ามามาก เช่น สี สารกันบูดซึ่งจัดเป็นสารก่อภูมิแพ้ และทำให้หอบหืดกำเริบได้อย่างหนึ่ง
  • ด้วยบริเวณพื้นที่จำกัด และค่านิยมใหม่ๆ ทำให้การเลี้ยงสัตว์ในบ้านเริ่มทำกันมากขึ้น ซึ่งจัดเป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้ชั้นดี
  • การตกแต่งบ้าน ติดตั้งพรมและติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อไรฝุ่นเจริญได้ดี
  • มลภาวะจากอุตสาหกรรม และการจราจร
  • การสูบบุหรี่
วิธีป้องกันสารก่อภูมิแพ้ และหอบหืดในบ้าน
  • อากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้ ควรเปิดหน้าต่างให้เกิดการถ่ายเทของอากาศบ้างเป็นบางเวลา โดยเฉพาะภายในห้องครัว ห้องน้ำ โดยเปิดหน้าต่างอย่างน้อยครั้งละ 1 ชั่วโมงเปิดวันละสองครั้งหากเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ควรปิดหน้าต่างและบริเวณบ้านให้มิดชิด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเกสรดอกไม้ฟุ้งกระจายมาก
  • ไม่ควรตากผ้าในห้องนอนและห้องนั่งแล่น
  • ถ้าห้องมีความชื้นมากให้เปิดให้อาการถ่ายเทให้มาก เพราะความชื้นเป็นต้นเหตุของเชื้อราและทำให้เชื้อราซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างมากชนิดหนึ่งเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มลภาวะกับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด

จริงๆแล้วโรคภูมิแพ้และมลภาวะ เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของตนเองผิดปกติ ทำให้เกิดอาการเมื่อสัมผัสหรือสูดดมสารก่อภูมิแพ้ โดยมีปัจจัยส่งเสริม คือ สภาวะแวดล้อมโดยเฉพาะสภาวะมลพิษทางอากาศที่นับวันจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ จากสถิติพบว่าเด็กไทยที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครมีอาการเจ็บป่วย และสุขภาพไม่ดี จากโรคภูมิแพ้ หอบหืดเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี

การรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดยังมุ่งเน้นไปที่การป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองหรือหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และมลภาวะต่างๆ แต่หากยังคงมีอาการโรคภูมิแพ้อยู่แพทย์จะพิจารณาใช้ยาแก้แพ้ สเตอรอยด์พ่นจมูกหรือฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เพื่อบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ หอบหืดดังกล่าวให้ดีขึ้น

นอกจากโรคภูมิแพ้นอกจากจะทำให้เกิดอาการผิดปกติแล้วยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีก เช่น ไซนัสอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, หอบหืด, หลอดลมอักเสบเรื้อรัง, ทอลซินอักเสบเรื้อรังหรือทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพการนอน หัวใจ และสมอง ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้มีอาการโรคภูมิแพ้ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาอีกได้

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคหอบหืด ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร

โรคหอบหืด ที่มักเกิดพร้อมๆกับอาการภูมิแพ้ ตั้งแต่รุนแรงไปจนถึงข่าวคราวที่โรคหอบหืดทำให้เสียชีวิต

โรคหอบหืดโดยทั่วไปแล้วเกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้และหอบหืดที่พบบ่อยคือ ภูมิแพ้ หอบหืดต่อฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่การเกิดภูมิแพ้แบบหอบหืดกับอาหารทะเลก็พบได้บ่อย ความรุนแรงและความถี่ของโรคหอบหืดขึ้นอยู่กับความไวในการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ในบางรายโรคหอบหืดอาจมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

อาการหลักๆของผู้ป่วยโรคหอบหืด เมื่อเกิดอาการหอบหืดกำเริบคือ การหดตัวของหลอดลมอย่างรุนแรงทำให้หลอดลมตีบ ทางเดินหายใจแคบลง บางครั้งจะมีเสมหะที่เหนียวออกมามากอุดกั้นทางเดินหายใจ ผู้ป่วยที่หอบหืดกำเริบจะหายใจลำบาก รู้สึกแน่นหน้าอก สังเกตุได้ง่ายคือจะหายใจถี่ สั้น และมีเสียงดังวี้ดๆ เนื่องจากอากาศเคลื่อนผ่านหลอดลมที่ตีบแคบ โดยเฉพาะเมื่อหายใจออกเกิดอาการเหนื่อยเวลาหายใจ เมื่ออาการหอบเพิ่มขึ้นเวลาหายใจจะมีเสียงดังวี้ดๆ เมื่อเป็นมากขึ้นเรื่อยๆอาจจะเหนื่อยจนไม่สามารถหายใจเข้าออกได้ จนทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคหอบหืดจึงต้องมียาพ่นขยายหลอดลมติดตัวตลอดเวลา

เนื่องจากโรคหอบหืดเป็นส่่วนหนึ่งของโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบง่ายกว่าคนทั่วไป และมีโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อนสูง

Fatal Asthma Attack เป็นชื่อเรียกของอาการหอบหืดกำเริบขั้นรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ มักเกิดในผู้ที่ใ้ช้ยาควบคุมอาการไม่สม่ำเสมอ อยู่ในบริเวณที่มีสารก่อภูมิแพ้ หอบหืดเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการป้องกัน อีกกรณีหนึ่ง คือ หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้บางชนิดอย่างรุนแรง

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่องร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้ร่างกายแข็งแรงเกิดภูมิต้านทานโรค ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด กินยาหรือพ่นยาตามแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ โดยยาพ่นจะมีสองแบบ คือพ่นเพื่อป้องกัน และพ่นเมื่อมีอาการ

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้ในระบบต่างๆ

ปัจจุบันนี้คนเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด กันมากขึ้นเรื่อยตามความเจริญที่เพิ่มขึ้นแต่สุขภาพกลับแย่ลง คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ 100 คน จะมีโอกาสหายจากโรคภูมิแพ้อย่างมากก็เพียง 50 คนเท่านั้นแถมยังมีโอกาสกลับมาเป็นภูมิแพ้ หอบหืดได้อีกทุกเมื่อหากเจอกับสารก่อภูมิแพ้ปริมาณมากๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืดมานาน มีอาการรุนแรงเรื้อรัง หรือผู้ที่ไม่เคยได้รับการตรวจวินิจฉัย และปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง

แต่อย่างน้อยปัจจุบันความรู้ก้าวหน้าใหม่ๆ เกี่ยวกับจีโนมิกส์ทางการแพทย์ น่าจะกำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากๆ และเป็นความหวังในการบำบัดรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืดที่รอคอยกันมานาน ในต่างประเทศเริ่มมีการตรวจทางพันธุกรรมในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้นเพื่อค้นหาต้นตอ และสาเหตุที่แท้จริงของโรคภูมิแพ้ หอบหืด ที่จะช่วยให้ตัดตอนได้ตั้งแต่แรก ซึ่งผลการศึกษาวิจัยต่างๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับคนไทยและคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดีในอนาคตอันใกล้

โรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ

โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ เป็นโรคภูมิแพ้ที่พบได้มากและบ่อยที่สุด เกือบ 100% เป็นอาการภูมิแพ้แบบนี้มีอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงเช่นหอบหืด ชนิดอาการที่ไม่มากนัก เช่น จาม น้ำมูกไหล เสมหะมาก คันจมูก โพรงจมูกบวมและอักเสบ rhinitis ส่วนอาการอาการที่หนักขึ้นไปอีก เช่น หอบหืด เกิดจากหลอดลมบีบตัวเฉียบพลัน แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกหรือที่เรียกว่า หอบหืด

ส่วนกรณีอาการภูมิแพ้ระดับรุนแรงที่สุด คือหลอดลมเล็กๆ ในปอดหดเกร็งหมด อวัยวะในการหายใจ เช่น กะบังลมก็หดเกร็ง แน่นหน้าอกมาก เกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลวและตายในระยะเวลาเพียงไม่นาน ส่วนใหญ่รักษาแทบไม่ทัน เช่น รายที่แพ้ยาช็อกตาย หรือ anaphylaxis เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ระบบผิวหนัง

อย่างที่รู้กันว่าอาการโรคภูมิแพ้นั้นเกิดได้กับหลายระบบของร่างกายนอกเหนือจากระบบทางเดินหายใจได้ด้วย เด่นๆเลย เช่น อาการภูมิแพ้ทางผิวหนัง เช่น หากทานอะไรบางอย่าง ผิวหนังก็เป็นผื่นคันทุกทีหรือที่เรียกว่าลมพิษ เกิดได้ทั้งชนิดฉับพลันและชนิดเรื้อรังเป็นตลอดนานหลายปี อีกแบบที่พบมากก็คือผื่นผิวหนังอักเสบซึ่งอาจปวดแสบปวดร้อนแต่คันน้อยหน่อย หลายชนิดที่เกิดจากสาเหตุการเกิดภูมิแพ้เช่นกัน มักจะเป็นอยู่เรื่อยๆ และรักษาได้ีค่อนข้างยากกับโรคภูมิแพ้แบบนี้

โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินอาหาร

เป็นที่น่าแปลกใจว่าระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ปากจนถึงลำไส้ ก็อาจเกิดอาการโรคภูมิแพ้ได้แต่เรามักมองข้ามและไม่คิดว่าเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น ปากเป็นแผล คันบริเวณเพดานปาก กระเพาะ ลำไส้มีการอักเสบ ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ท้องผูก ท้องอืด และอีกหลากหลายอาการที่เกิดเมื่อมีโรคภูมิแพ้กำเริบในระบบทางเดินอาหาร

บางคนลำไส้อาจมีการอักเสบเรื้อรัง เช่น บางคนอาจแพ้โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีในข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ โปรตีนชนิดนี้เรียกว่ากลูเด็น gluten sensitivity จะไปทำลายเยื่อบุกระเพาะและลำไส้ ต่อมาทำให้มีความรู้สึกไวต่ออาหารอื่นๆ บางชนิดต่อไปอีก ซึ่งอาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องเสียเล็กน้อย เรื้อรังไปเรื่อย ๆ

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดได้ ที่นีี่่