แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ภูมิแพ้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ภูมิแพ้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

โรคหอบหืดคืออะไร ควรทำอย่างไร

โรคหอบหืดเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

หลอดลมของเด็กที่เป็นหอบหืดนั้น เชื่อว่ามีความไวผิดปกติต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้หลอดลมหดเกร็งตัวแคบลง เยื่อบุภายในหลอดลมบวมขึ้น และสร้างเมือกเหนียว ซึ่งจะยิ่งทำให้ช่องทางเดินอากาศในหลอดลมแคบลงอีก ทำให้เกิดอาการหอบหืดขึ้น สิ่งกระตุ้นเหล่านี้เช่น โรคหวัด ควันบุหรี่ ฝุ่น ละอองเกสร การออกกำลังกาย ขนสุนัข ขนแมว ฯลฯ

ให้ตระหนักไว้ว่า ในเด็กเล็กๆ ที่อายุ 1 - 2 ปีนั้น โรคหอบหืดมักเกิดตามหลังอาการหวัด ซึ่งเป็นการติดเชื้อไวรัส และไม่เกี่ยวกับภูมิแพ้ได้ แต่หอบหืดในเด็กวัยเรียน จะเกิดในเด็กที่มีโรคภูมิแพ้จริงๆ

โรคหอบหืดมีอาการอย่างไร ?

มักเริ่มต้นด้วยอาการ หวัด ไอ มีเสมหะ ถ้าไอมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มักจะมีเสียงวี้ดๆ ในช่วงหายใจออก เมื่อร่างกายขาดออกซิเจนมากขึ้น ก็เกิดอาการหอบมาก ปากซีดเขียว ใจสั่น บางครั้งการเกร็งตัวของหลอดลมเกิดขึ้นไม่มากนัก ทำให้คนไข้มีอาการไม่มากแต่ก็เป็นอยู่เรื่อยๆ เด็กๆ บางคนจะมีอาการไออย่างเดียว และมักจะมีอาการอาเจียนร่วมไปด้วย ซึ่งอาการไอจะดีขึ้น หลังจากที่เด็กได้อาเจียนเอาเสมหะหนียวๆ ออก

ให้สังเกตไว้ว่า การไอของเด็กเล็กๆ เช่น ไอแห้งๆ ที่ระคายเคือง ( dry irritating ) อาจเป็นอาการแสดงของโรคหอบหืดอย่างเดียว เพราะคนทั่วไปมักเข้าใจว่าต้องมีเสียง Wheez จึงจะเป็นหอบหืด เด็กที่แข็งแรงดีมักจะไม่ไอ ยกเว้นหวัดอย่างรุนแรง

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่อะไรบ้าง ?
  1. ควันบุหรี่ เป็นสิ่งที่อันตรายต่อปอดที่กำลังเจริญเติบโตของเด็ก และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้
  2. ตัวไรฝุ่น ฝุ่น มักอาศัยอยู่ที่เตียงนอน หมอน พรม เฟอร์นิเจอร์ บุนวม จึงควรนำไปตาก หรือผึ่งแดดบ่อยๆ ไม่ควรมีตุ๊กตาที่มีขนในห้องนอน ไม่ใช้พรมในห้องนอน ควรเช็ดฝุ่นทุกวัน ใช้ผ้าชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติป้องกันตัวไรฝุ่นคลุมที่นอน หมอน ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนด้วยน้ำอุณหภูมิ 60 ? c สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้ที่นอนจากใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำ และไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน
  3. ละอองเกสรในบางฤดู ควรหลีกเลี่ยงในบางฤดู และอาจเพิ่มปริมาณของยาป้องกันด้วย
  4. สัตว์เลี้ยง ไม่ควรเลี้ยงสุนัข แมวในบ้าน เพราะเด็กหอบหืดบางคนจะแพ้ขนสัตว์ ซึ่งอาจรวมถึงนกด้วย
  5. เชื้อรา ที่ชื้นๆ มักมีเชื้อรา ควรให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  6. การออกกำลังกาย ถ้าควบคุมโรคหอบหืดได้ดี จะไม่มีปัญหาในการออกกำลังกาย หรือวิ่งเล่นซึ่งควรให้เด็กได้มีกิจกรรมนี้ตามปกติ
  7. อากาศเย็น เด็กบางคนกระทบอากาศเย็น มักจะไอ หรือหายใจมีเสียงวี้ด การใช้ยาขยายหลอดลม 1 ครั้ง ก่อนเข้าห้องที่เย็นๆ จะช่วยได้

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สู้กับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดด้วยอาหาร

อาหารการกินก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้เราสู้กับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้ดีขึ้นจากภายใน ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

สิ่งที่เราควรทานเป็นประจำคือทานผักและผลไม้หลากสีเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันอาหารเสริมอย่างกรดไขมันโอเมก้า-3ต้านการอักเสบ มลภาวะเป็นพิษและความเครียดเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ฉะนั้นเราจึงต้องสู้กับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดด้วย อาหารจากธรรมชาติตามคำแนะนำของคุณทีน่า โฮร์เรลล์นักธรรมชาติบำบัดจาก ตรัยยาศูนย์สุขภาพองค์รวมและสปาอาการของโรคภูมิแพ้นอนไม่หลับหลับๆตื่นๆอ่อนเพลียโดยไม่รู้สาเหตุ มีอาการคันแบบเป็นๆ หายๆ มีน้ำมูกไหลตอนเช้า จาม และคัดจมูก

ผักและผลไม้มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ในการช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงเพื่อมีแรงต่อสู้กับโรคภูมิเเพ เเละเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะการกินผัก และผลไม้หลากสีสันเช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว หรือสีม่วง
Tip: ควรกินข้าวกล้อง เพราะสีน้ำตาลหรือสีแดงที่เคลือบข้าวกล้องคือสารแอนตี้ออกซิแดนต์ชั้นยอด
ส่วนข้าวขาวนั้นมีแต่แป้งและน้ำตาล
อาหารต้านการอักเสบ เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้ ก็จะมีการอักเสบภายใน อาหารที่จะช่วยรักษาอาการอักเสบก็คือปลาทะเลน้ำลึก
(มีกรดไขมันโอเมก้า -3) ถั่ววอลนัต และถั่วเหลือง ดีท็อกซ์ตับ ตับมีหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อตับแข็งแรงและทำงานได้ดีก็จะช่วยให้อวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายมีสุขภาพดีไปด้วย
อาหารที่ช่วยตับขจัดสารพิษก็คือผักและผลไม้ที่มีรสขม เช่น มะระ ส้มโอ หน่อไม้ฝรั่งภูมิแพ้อาหารอาการภูมิแพ้ส่วนใหญ่
มักเกิดจากอาหารที่กินแล้วเกิดการสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ เมื่อพบว่าแพ้อะไร ก็ให้หยุดกินอาหารที่แพ้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อให้ระบบต่างๆ ของร่างกายกลับสู่สมดุล

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ป้องกันโรคภูมิแพ้ หอบหืด ในเด็ก ลดจำนวนผู้ป่วย

โรคภูมิแพ้ หอบหืด ปัจจุบันกลายเป็นโรคที่มีสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ พบผู้ป่วยมากมายทั่วโลก เกือบ 1ใน 10 ของประชากรโลกทั้งหมด โดยประชากรที่เป็นโรคภูมิแพ้รายใหม่กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งก็คือ เด็กแรกเกิด และเด็กเล็กเพราะระบบภูมิค้มกันยังเจริญได้ไม่เต็มที่ สามารถเกิดโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้งาย และอาจเป็นไปตลอดชีวิต ดังนั้นการลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กเล็ก ถือว่าเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน และทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีโรคภูมิแพ้ หอบหืดมาเป็นอุปสรรคต่อการเีรียนรู้ ที่จริงแล้วการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากโรคภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ดี ตลอดจนอาหารการกินของคุณแม่ให้ดี โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล จะสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้

สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็เป็นปัจจัยสำคัญมากอย่างหนึ่งที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ที่เกิดและพักอาศัยในบริเวณที่ีมีมลภาวะสูง เช่นเขตจราจรกลางเืมือง พื้นทีี่โรงงานอุตสาหกรรม อาหารการกินที่ีไม่ถูกสุขลักษณะ จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้


วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ต้องป้องกันตั้งแต่เด็ก

ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพ กลายเป็นเรื่องที่นับวันยิ่งแย่ลงสวนทางกับเทคโนโลยีและความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการตื่นตัวเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหามากคือโรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด โดยจากอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้พบว่ามีโรคภูมิแพ้ หอบหืดเพิ่มขึ้นในทุกโรคโดยเฉพาะ โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก ภูมิแพ้อากาศหรือเป็นหวัดเรื้อรังก็เพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งพบการแพ้อาหาร รองลงมาจะเป็นหอบหืด ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ส่วนในเรื่องของการแพ้นมวัวที่พบมากขึ้นเพราะในการเลี้ยงวัวมีการใช้สารเคมีต่างๆซึ่งสามารถเข้าไปสะสมในน้ำนมทำให้เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเกิดภูมิแพ้นมวัวมากขั้น โดยโรคภูมิแพ้นมวัวมักพบในเด็กขวบปีแรกโดยอายุเฉลี่ยที่วินิจฉัย 14.8 เดือนและที่อายุน้อยสุดประมาณ 7 วันโดยระยะของอาการมีได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงมากเช่นใบหน้าบวม หายใจไม่ออกและอาจช็อกหมดสติได้

โดยแท้แล้วสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้

การลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กเล็ก ถือว่าเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน และทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ที่จริงแล้วการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากโรคภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ดี ตลอดจนอาหารการกินของคุณแม่ให้ดี โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล จะสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้