แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาภูมิแพ้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาภูมิแพ้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

ตาเกิดโรคภูมิแพ้ได้ด้วย

โรคภูมิแพ้ที่ตาแบ่งได้ตามตำแหน่งที่เป็น เช่น เปลือกตา เยื่อตา กระจกตา หนังตาอักเสบ อาจเกิดจากยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งป้ายตา เครื่องสำอาง และสารต่างๆที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยเกิดอาการทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที หรือใช้เวลาระยะหนึ่ง 24-72 ชั่วโมง ก่อนมีอาการภูมิไวเกิน ซึ่งจะมีอาการคันตา ตาแดง ตาบวม บางครั้งอาจมีปฏิกิริยาแพ้ทั้งร่างกาย ในบางรายมีเปลือกตาแดงหนาแข็ง พุพอง ผลที่ตามมาคือ ผิวหนังคล้ำ แผลเป็น และเปลือกตาล่างแบะออก อาจมีขี้ตา ผิวกระจกตาหลุดลอก

ยาที่พบร่วมกับอาการเหล่านี้ ได้แก่ ยาขยายม่านตา ยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส สารกันเสียที่ผสมอยู่ในยา การดูแลรักษาจำเป็นต้องหยุดยา ประคบเย็น หยอดยาแก้แพ้ ยาลดอักเสบ ในรายที่เป็นเรื้อรังมักพบในเด็ก มักเกิดจากตัวกระตุ้นที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนอากาศ และปัจจัยทางสภาพจิตใจ ผู้ใหญ่บางรายอาจมีรอยโรคบริเวณข้อพับ ในเด็กพบบริเวณใบหน้าและส่วนนอกของข้อพับ อาจมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น หอบหืด แพ้อากาศ บริเวณหนังตาจะแห้งมีสะเก็ดเป็นแผ่น การดูแลรักษาอาจใช้โลชั่นช่วยให้ชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ยาครีมหรือขี้ผึ้งกลุ่มสเตอรอยด์นานเพราะจะทำให้ผิวบาง จึงควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เยื่อตาอักเสบ

สารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่อยู่ในอากาศเข้าสู่น้ำตาและเยื่อตา ต่อมามีหลอดเลือดขยายตัว ตาแดง เยื่อตาบวม เปลือกตาบวม คันตา และมีขี้ตาเหนียวปนเมือก มักมีประวัติภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ และหอบหืด การทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง อาจช่วยบอกสาเหตุว่าแพ้อะไร การรักษาที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ กำจัดฝุ่นและไรฝุ่นในบ้าน โดยเฉพาะผ้าปูที่นอน ใส่แว่นตากันแดด กันลม กันฝุ่น ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด หากมีอาการคันตา ตาบวม เคืองตา การประคบเย็นจะช่วยลดอาการได้ ถ้ามีระคายเคือง ตาแห้ง ควรหยอดน้ำตาเทียมที่ไม่มีสารกันเสียบ่อยๆ เพื่อเจือจางหรือล้างสารก่อภูมิแพ้ออกจากตา สำหรับในรายที่มีอาการคันตามาก ควรหยอดยาแก้แพ้ และ/หรือ ยากลุ่มลดอาการอักเสบ อย่างไรก็ตามควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดูสภาพกระจกตาด้วย เนื่องจากในรายที่มีเยื่อตาอักเสบชนิดรุนแรงอาจมีแผลที่กระจกตาด้วย


วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สู้กับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดด้วยอาหาร

อาหารการกินก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้เราสู้กับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้ดีขึ้นจากภายใน ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

สิ่งที่เราควรทานเป็นประจำคือทานผักและผลไม้หลากสีเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันอาหารเสริมอย่างกรดไขมันโอเมก้า-3ต้านการอักเสบ มลภาวะเป็นพิษและความเครียดเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ฉะนั้นเราจึงต้องสู้กับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดด้วย อาหารจากธรรมชาติตามคำแนะนำของคุณทีน่า โฮร์เรลล์นักธรรมชาติบำบัดจาก ตรัยยาศูนย์สุขภาพองค์รวมและสปาอาการของโรคภูมิแพ้นอนไม่หลับหลับๆตื่นๆอ่อนเพลียโดยไม่รู้สาเหตุ มีอาการคันแบบเป็นๆ หายๆ มีน้ำมูกไหลตอนเช้า จาม และคัดจมูก

ผักและผลไม้มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ในการช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงเพื่อมีแรงต่อสู้กับโรคภูมิเเพ เเละเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะการกินผัก และผลไม้หลากสีสันเช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว หรือสีม่วง
Tip: ควรกินข้าวกล้อง เพราะสีน้ำตาลหรือสีแดงที่เคลือบข้าวกล้องคือสารแอนตี้ออกซิแดนต์ชั้นยอด
ส่วนข้าวขาวนั้นมีแต่แป้งและน้ำตาล
อาหารต้านการอักเสบ เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้ ก็จะมีการอักเสบภายใน อาหารที่จะช่วยรักษาอาการอักเสบก็คือปลาทะเลน้ำลึก
(มีกรดไขมันโอเมก้า -3) ถั่ววอลนัต และถั่วเหลือง ดีท็อกซ์ตับ ตับมีหน้าที่ขับสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อตับแข็งแรงและทำงานได้ดีก็จะช่วยให้อวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายมีสุขภาพดีไปด้วย
อาหารที่ช่วยตับขจัดสารพิษก็คือผักและผลไม้ที่มีรสขม เช่น มะระ ส้มโอ หน่อไม้ฝรั่งภูมิแพ้อาหารอาการภูมิแพ้ส่วนใหญ่
มักเกิดจากอาหารที่กินแล้วเกิดการสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ เมื่อพบว่าแพ้อะไร ก็ให้หยุดกินอาหารที่แพ้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อให้ระบบต่างๆ ของร่างกายกลับสู่สมดุล

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ป้องกันโรคภูมิแพ้ หอบหืด ในเด็ก ลดจำนวนผู้ป่วย

โรคภูมิแพ้ หอบหืด ปัจจุบันกลายเป็นโรคที่มีสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ พบผู้ป่วยมากมายทั่วโลก เกือบ 1ใน 10 ของประชากรโลกทั้งหมด โดยประชากรที่เป็นโรคภูมิแพ้รายใหม่กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งก็คือ เด็กแรกเกิด และเด็กเล็กเพราะระบบภูมิค้มกันยังเจริญได้ไม่เต็มที่ สามารถเกิดโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้งาย และอาจเป็นไปตลอดชีวิต ดังนั้นการลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กเล็ก ถือว่าเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน และทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีโรคภูมิแพ้ หอบหืดมาเป็นอุปสรรคต่อการเีรียนรู้ ที่จริงแล้วการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากโรคภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ดี ตลอดจนอาหารการกินของคุณแม่ให้ดี โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล จะสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้

สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็เป็นปัจจัยสำคัญมากอย่างหนึ่งที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ที่เกิดและพักอาศัยในบริเวณที่ีมีมลภาวะสูง เช่นเขตจราจรกลางเืมือง พื้นทีี่โรงงานอุตสาหกรรม อาหารการกินที่ีไม่ถูกสุขลักษณะ จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้


วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ต้องป้องกันตั้งแต่เด็ก

ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพ กลายเป็นเรื่องที่นับวันยิ่งแย่ลงสวนทางกับเทคโนโลยีและความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการตื่นตัวเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหามากคือโรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด โดยจากอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้พบว่ามีโรคภูมิแพ้ หอบหืดเพิ่มขึ้นในทุกโรคโดยเฉพาะ โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก ภูมิแพ้อากาศหรือเป็นหวัดเรื้อรังก็เพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งพบการแพ้อาหาร รองลงมาจะเป็นหอบหืด ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ส่วนในเรื่องของการแพ้นมวัวที่พบมากขึ้นเพราะในการเลี้ยงวัวมีการใช้สารเคมีต่างๆซึ่งสามารถเข้าไปสะสมในน้ำนมทำให้เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเกิดภูมิแพ้นมวัวมากขั้น โดยโรคภูมิแพ้นมวัวมักพบในเด็กขวบปีแรกโดยอายุเฉลี่ยที่วินิจฉัย 14.8 เดือนและที่อายุน้อยสุดประมาณ 7 วันโดยระยะของอาการมีได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงมากเช่นใบหน้าบวม หายใจไม่ออกและอาจช็อกหมดสติได้

โดยแท้แล้วสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปที่กลายเป็นตัวการทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้มากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ อาหาร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิดมาจากการที่เด็กกินนมแม่น้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเจริญได้ไม่เต็มที่ก็จะเสียงกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่แม้ต้องทำงานนอกบ้าน จึงกลายเป็นเรื่องแปลกที่ต้องมีการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ทั้งๆที่เป็นเรื่องธรรมดาที่ควรกระทำอยู่แล้ว การได้รับนมแม่อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนแรกถือว่ามีส่วนช่วยป้องกันลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กได้

การลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดในเด็กเล็ก ถือว่าเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน และทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ที่จริงแล้วการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยเพื่อหลีกไกลจากโรคภูมิแพ้ เริ่มได้นับแต่การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ดี ตลอดจนอาหารการกินของคุณแม่ให้ดี โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูงต้องไม่มองข้ามละเลยควบคุมสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน เช่น ในเรื่องของไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ต้องหมั่นทำความสะอาดดูแล จะสามารถลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดได้

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ หอบหืดกับคนเมืองที่เป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ


ปัจจุบันพบว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด และความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ หอบหืดคือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง
  • เพราะคนในเมืองอาศัยอยู่บ้านมาก มักเป็นบ้านที่มีบริเวณน้อย แออัด เป็นห้องปิดและติดเครื่องปรับอากาศเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้กันมากและภูมิแพ้มีอาการรุนแรงขึ้น ประกอบกับการทำงานที่หนักทำให้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ
  • เด็กทารกเกิดใหม่ได้กินนมแม่น้อยลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหาเกิดโรคภูมิแพ้หอบหืดขึ้นได้มาก ทั้งขณะเป็นทารกหรืออาการอาจเริ่มแสดงเมื่อโตขึ้นแล้ว
  • อาหารจานด่วนกลายเป็นที่นิยมของคนในเมืองมาก ส่วนใหญ่แล้วทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้ามามาก เช่น สี สารกันบูดซึ่งจัดเป็นสารก่อภูมิแพ้ และทำให้หอบหืดกำเริบได้อย่างหนึ่ง
  • ด้วยบริเวณพื้นที่จำกัด และค่านิยมใหม่ๆ ทำให้การเลี้ยงสัตว์ในบ้านเริ่มทำกันมากขึ้น ซึ่งจัดเป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้ชั้นดี
  • การตกแต่งบ้าน ติดตั้งพรมและติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อไรฝุ่นเจริญได้ดี
  • มลภาวะจากอุตสาหกรรม และการจราจร
  • การสูบบุหรี่
วิธีป้องกันสารก่อภูมิแพ้ และหอบหืดในบ้าน
  • อากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้ ควรเปิดหน้าต่างให้เกิดการถ่ายเทของอากาศบ้างเป็นบางเวลา โดยเฉพาะภายในห้องครัว ห้องน้ำ โดยเปิดหน้าต่างอย่างน้อยครั้งละ 1 ชั่วโมงเปิดวันละสองครั้งหากเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ควรปิดหน้าต่างและบริเวณบ้านให้มิดชิด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเกสรดอกไม้ฟุ้งกระจายมาก
  • ไม่ควรตากผ้าในห้องนอนและห้องนั่งแล่น
  • ถ้าห้องมีความชื้นมากให้เปิดให้อาการถ่ายเทให้มาก เพราะความชื้นเป็นต้นเหตุของเชื้อราและทำให้เชื้อราซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างมากชนิดหนึ่งเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มลภาวะกับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด

จริงๆแล้วโรคภูมิแพ้และมลภาวะ เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของตนเองผิดปกติ ทำให้เกิดอาการเมื่อสัมผัสหรือสูดดมสารก่อภูมิแพ้ โดยมีปัจจัยส่งเสริม คือ สภาวะแวดล้อมโดยเฉพาะสภาวะมลพิษทางอากาศที่นับวันจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ จากสถิติพบว่าเด็กไทยที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครมีอาการเจ็บป่วย และสุขภาพไม่ดี จากโรคภูมิแพ้ หอบหืดเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี

การรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดยังมุ่งเน้นไปที่การป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองหรือหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และมลภาวะต่างๆ แต่หากยังคงมีอาการโรคภูมิแพ้อยู่แพทย์จะพิจารณาใช้ยาแก้แพ้ สเตอรอยด์พ่นจมูกหรือฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เพื่อบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ หอบหืดดังกล่าวให้ดีขึ้น

นอกจากโรคภูมิแพ้นอกจากจะทำให้เกิดอาการผิดปกติแล้วยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีก เช่น ไซนัสอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, หอบหืด, หลอดลมอักเสบเรื้อรัง, ทอลซินอักเสบเรื้อรังหรือทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพการนอน หัวใจ และสมอง ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้มีอาการโรคภูมิแพ้ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาอีกได้

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคหอบหืด ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร

โรคหอบหืด ที่มักเกิดพร้อมๆกับอาการภูมิแพ้ ตั้งแต่รุนแรงไปจนถึงข่าวคราวที่โรคหอบหืดทำให้เสียชีวิต

โรคหอบหืดโดยทั่วไปแล้วเกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้และหอบหืดที่พบบ่อยคือ ภูมิแพ้ หอบหืดต่อฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่การเกิดภูมิแพ้แบบหอบหืดกับอาหารทะเลก็พบได้บ่อย ความรุนแรงและความถี่ของโรคหอบหืดขึ้นอยู่กับความไวในการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ในบางรายโรคหอบหืดอาจมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

อาการหลักๆของผู้ป่วยโรคหอบหืด เมื่อเกิดอาการหอบหืดกำเริบคือ การหดตัวของหลอดลมอย่างรุนแรงทำให้หลอดลมตีบ ทางเดินหายใจแคบลง บางครั้งจะมีเสมหะที่เหนียวออกมามากอุดกั้นทางเดินหายใจ ผู้ป่วยที่หอบหืดกำเริบจะหายใจลำบาก รู้สึกแน่นหน้าอก สังเกตุได้ง่ายคือจะหายใจถี่ สั้น และมีเสียงดังวี้ดๆ เนื่องจากอากาศเคลื่อนผ่านหลอดลมที่ตีบแคบ โดยเฉพาะเมื่อหายใจออกเกิดอาการเหนื่อยเวลาหายใจ เมื่ออาการหอบเพิ่มขึ้นเวลาหายใจจะมีเสียงดังวี้ดๆ เมื่อเป็นมากขึ้นเรื่อยๆอาจจะเหนื่อยจนไม่สามารถหายใจเข้าออกได้ จนทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคหอบหืดจึงต้องมียาพ่นขยายหลอดลมติดตัวตลอดเวลา

เนื่องจากโรคหอบหืดเป็นส่่วนหนึ่งของโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบง่ายกว่าคนทั่วไป และมีโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อนสูง

Fatal Asthma Attack เป็นชื่อเรียกของอาการหอบหืดกำเริบขั้นรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ มักเกิดในผู้ที่ใ้ช้ยาควบคุมอาการไม่สม่ำเสมอ อยู่ในบริเวณที่มีสารก่อภูมิแพ้ หอบหืดเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการป้องกัน อีกกรณีหนึ่ง คือ หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้บางชนิดอย่างรุนแรง

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่องร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้ร่างกายแข็งแรงเกิดภูมิต้านทานโรค ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด กินยาหรือพ่นยาตามแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ โดยยาพ่นจะมีสองแบบ คือพ่นเพื่อป้องกัน และพ่นเมื่อมีอาการ

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

รักษาภูมิแพ้ที่ตา

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาการภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายส่วนของร่างกาย รวมถึงดวงตาด้วย บทความนี้จะเน้นในเรื่องภูมิแพ้ที่ตา และการรักษาภูมิแพ้ที่ตากันครับ

ภูมิแพ้ที่ตายังแบ่งออกได้อีกหลายชนิดตามตำแหน่งในตาที่เป็น เช่น เปลือกตา เยื่อตา หนังตาอักเสบ กระจกตา ภูมิแพ้ที่ตาอาจเกิดจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งป้ายตา เครื่องสำอางที่ใช้ และสาร ฝุ่นต่างๆ เกษรดอกไม้ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อมก็ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่ตาได้ โดยเกิดอาการภูมิแพ้อาจเกิดทันทีภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้ หรือใช้เวลาระยะหนึ่ง 24-72 ชั่วโมง

อาการภูมิแพ้ที่ตา จะมีอาการคันตา ตาแดง ตาบวม บางครั้งอาจมีปฏิกิริยาแพ้ที่ส่วนอื่นร่วมด้วยหรือภูมิแพ้ทั้งร่างกาย ในบางรายพบเปลือกตาแดงหนาแข็ง พุพอง อาจมีขี้ตา หรืออาจพบผิวกระจกตาหลุดลอก ยาที่พบว่ามักทำให้เกิดอาการภูมิแพ้เหล่านี้ ได้แก่ ยาขยายม่านตา ยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส หรือแม้กระทั่งสารกันเสียที่ผสมอยู่ในยา การดูแลรักษาอันดับแรกต้องหยุดการใช้ยาทันที ทำการประคบเย็นเพื่อไม่ให้หลอดเลือดขยายตัว หยอดยาแก้แพ้ ยาลดอักเสบ บางรายที่เป็นเรื้อรังมักพบมากในเด็ก

การวินิจฉัยอาจทำได้ยาก เพราะโรคเกี่ยวกับดวงตานอกเหนือจากภูมิแพ้ที่ตา ก็มีอยู่มากมาย ฉะนั้นก่อนจะทำการรักษาภูมิแพ้ที่ตา ควรแน่ใจเสียก่อนว่าเป็นภูมิแพ้อย่างแน่นอน สามารถสังเกตได้หลายจุด ผู้ใหญ่บางรายอาจมีรอยโรคบริเวณข้อพับ ในเด็กพบบริเวณใบหน้าและส่วนนอกของข้อพับ การวินิจฉัยว่าคนนั้นเป็นภูมิแพ้หรือไม่อาจมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวร่วมด้วย เช่น หอบหืด แพ้อากาศ บริเวณหนังตาจะแห้งมีสะเก็ดเป็นแผ่น

การดูแลรักษาอาจใช้โลชั่นช่วยให้ชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ยาครีมหรือขี้ผึ้งกลุ่มสเตอรอยด์นานเพราะจะทำให้ผิวบาง จึงควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เยื่อตาอักเสบ สารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่อยู่ในอากาศเข้าสู่น้ำตาและเยื่อตา ต่อมามีหลอดเลือดขยายตัว ตาแดง เยื่อตาบวม เปลือกตาบวม คันตา และมีขี้ตาเหนียวปนเมือก มักมีประวัติภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ และหอบหืด การทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง อาจช่วยบอกสาเหตุว่าแพ้อะไร การรักษาที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ กำจัดฝุ่นและไรฝุ่นในบ้าน โดยเฉพาะผ้าปูที่นอน ใส่แว่นตากันแดด กันลม กันฝุ่น ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด หากมีอาการคันตา ตาบวม เคืองตา การประคบเย็นจะช่วยลดอาการได้ ถ้ามีระคายเคือง ตาแห้ง ควรหยอดน้ำตาเทียมที่ไม่มีสารกันเสียบ่อยๆ เพื่อเจือจางหรือล้างสารก่อภูมิแพ้ออกจากตา สำหรับในรายที่มีอาการคันตามาก ควรหยอดยาแก้แพ้ และ/หรือ ยากลุ่มลดอาการอักเสบ อย่างไรก็ตามควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดูสภาพกระจกตาด้วย เนื่องจากในรายที่มีเยื่อตาอักเสบชนิดรุนแรงอาจมีแผลที่กระจกตาด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ หอบหืดจากแมลงสาบ

อาการภูมิแพ้แมลงสาบ อาจมีเพียงเล็กน้อย ซึ่งมักมีอาการเกิดขึ้นได้ตลอดปี เช่น ที่พบบ่อยคือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคภูมิแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) และโรคหืด (asthma) คันที่ผิวหนัง คอ ตาและจมูก หากเกิดอาการในกลุ่มเด็กจะมีความรุนแรงมากกว่า อาจทำให้เกิดโรคหอบหืดและหายใจไม่ออก จนต้องไปโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉินหรือเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และมีโอกาสเสียชีวิตได้ถ้านำส่งโรงพยาบาลไม่ทัน

นอกจากนี้คณะผู้วิจัยนำโดย ศาสตราจารจารย์ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ยังได้พัฒนาวัคซีน โดยการนำโปรตีนของแมลงสาบกว่า 20 ชนิด มาตรวจสอบว่าชนิดใดก่อให้เกิดภูมิแพ้ เมื่อทราบว่าโปรตีนจากแมลงสาบชนิดใดที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และเป็นโปรตีนที่ไม่พบในคน จึงนำมาพัฒนาเป็นวัคซีนต้นแบบสำหรับการรักษาโรคภูมิแพ้แมลงสาบได้สำเร็จเรียกว่า วัคซีนดีเอ็นเอ โดยการนำดีเอ็นเอที่สร้างโปรตีนแมลงสาบมาเชื่อมกับดีเอ็นเอของสารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของคน ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในผู้ป่วย

อย่างไรก็ตามโรคภูมิแพ้ไม่เฉพาะที่มาจากแมลงสาบนับวันจะพบมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป สิ่งที่เป็นปัญหาของการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยนั้น ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าในบ้านจะมีสารก่อภูมิแพ้ใด จึงทำให้แพทย์เกิดแนวคิดในการทำชุดทดสอบต่าง ๆ เพื่อตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ในบ้านโดยเฉพาะเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในอดีตจะใช้ชุดตรวจสอบจากต่างประเทศซึ่งเป็นแมลงสาบคนละสายพันธุ์กับไทย ทำให้ไม่ได้มาตรฐาน แต่วันนี้เราสามารถพัฒนาน้ำยาดังกล่าวได้สำเร็จ และนำมาใช้ในการตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คลิกติดตามสิ่งที่เป็นประโยชน์ คลิก