วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ หอบหืดกับคนเมืองที่เป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ


ปัจจุบันพบว่าปัจจัยที่สำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด และความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ หอบหืดคือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง
  • เพราะคนในเมืองอาศัยอยู่บ้านมาก มักเป็นบ้านที่มีบริเวณน้อย แออัด เป็นห้องปิดและติดเครื่องปรับอากาศเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้กันมากและภูมิแพ้มีอาการรุนแรงขึ้น ประกอบกับการทำงานที่หนักทำให้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ
  • เด็กทารกเกิดใหม่ได้กินนมแม่น้อยลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหาเกิดโรคภูมิแพ้หอบหืดขึ้นได้มาก ทั้งขณะเป็นทารกหรืออาการอาจเริ่มแสดงเมื่อโตขึ้นแล้ว
  • อาหารจานด่วนกลายเป็นที่นิยมของคนในเมืองมาก ส่วนใหญ่แล้วทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้ามามาก เช่น สี สารกันบูดซึ่งจัดเป็นสารก่อภูมิแพ้ และทำให้หอบหืดกำเริบได้อย่างหนึ่ง
  • ด้วยบริเวณพื้นที่จำกัด และค่านิยมใหม่ๆ ทำให้การเลี้ยงสัตว์ในบ้านเริ่มทำกันมากขึ้น ซึ่งจัดเป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้ชั้นดี
  • การตกแต่งบ้าน ติดตั้งพรมและติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อไรฝุ่นเจริญได้ดี
  • มลภาวะจากอุตสาหกรรม และการจราจร
  • การสูบบุหรี่
วิธีป้องกันสารก่อภูมิแพ้ และหอบหืดในบ้าน
  • อากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้ ควรเปิดหน้าต่างให้เกิดการถ่ายเทของอากาศบ้างเป็นบางเวลา โดยเฉพาะภายในห้องครัว ห้องน้ำ โดยเปิดหน้าต่างอย่างน้อยครั้งละ 1 ชั่วโมงเปิดวันละสองครั้งหากเป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้ควรปิดหน้าต่างและบริเวณบ้านให้มิดชิด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเกสรดอกไม้ฟุ้งกระจายมาก
  • ไม่ควรตากผ้าในห้องนอนและห้องนั่งแล่น
  • ถ้าห้องมีความชื้นมากให้เปิดให้อาการถ่ายเทให้มาก เพราะความชื้นเป็นต้นเหตุของเชื้อราและทำให้เชื้อราซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างมากชนิดหนึ่งเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มลภาวะกับโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด

จริงๆแล้วโรคภูมิแพ้และมลภาวะ เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของตนเองผิดปกติ ทำให้เกิดอาการเมื่อสัมผัสหรือสูดดมสารก่อภูมิแพ้ โดยมีปัจจัยส่งเสริม คือ สภาวะแวดล้อมโดยเฉพาะสภาวะมลพิษทางอากาศที่นับวันจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ จากสถิติพบว่าเด็กไทยที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครมีอาการเจ็บป่วย และสุขภาพไม่ดี จากโรคภูมิแพ้ หอบหืดเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี

การรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดยังมุ่งเน้นไปที่การป้องกันด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองหรือหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และมลภาวะต่างๆ แต่หากยังคงมีอาการโรคภูมิแพ้อยู่แพทย์จะพิจารณาใช้ยาแก้แพ้ สเตอรอยด์พ่นจมูกหรือฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เพื่อบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ หอบหืดดังกล่าวให้ดีขึ้น

นอกจากโรคภูมิแพ้นอกจากจะทำให้เกิดอาการผิดปกติแล้วยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีก เช่น ไซนัสอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, หอบหืด, หลอดลมอักเสบเรื้อรัง, ทอลซินอักเสบเรื้อรังหรือทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพการนอน หัวใจ และสมอง ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้มีอาการโรคภูมิแพ้ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาอีกได้

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคหอบหืด ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร

โรคหอบหืด ที่มักเกิดพร้อมๆกับอาการภูมิแพ้ ตั้งแต่รุนแรงไปจนถึงข่าวคราวที่โรคหอบหืดทำให้เสียชีวิต

โรคหอบหืดโดยทั่วไปแล้วเกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้และหอบหืดที่พบบ่อยคือ ภูมิแพ้ หอบหืดต่อฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หรือแม้แต่การเกิดภูมิแพ้แบบหอบหืดกับอาหารทะเลก็พบได้บ่อย ความรุนแรงและความถี่ของโรคหอบหืดขึ้นอยู่กับความไวในการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ในบางรายโรคหอบหืดอาจมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

อาการหลักๆของผู้ป่วยโรคหอบหืด เมื่อเกิดอาการหอบหืดกำเริบคือ การหดตัวของหลอดลมอย่างรุนแรงทำให้หลอดลมตีบ ทางเดินหายใจแคบลง บางครั้งจะมีเสมหะที่เหนียวออกมามากอุดกั้นทางเดินหายใจ ผู้ป่วยที่หอบหืดกำเริบจะหายใจลำบาก รู้สึกแน่นหน้าอก สังเกตุได้ง่ายคือจะหายใจถี่ สั้น และมีเสียงดังวี้ดๆ เนื่องจากอากาศเคลื่อนผ่านหลอดลมที่ตีบแคบ โดยเฉพาะเมื่อหายใจออกเกิดอาการเหนื่อยเวลาหายใจ เมื่ออาการหอบเพิ่มขึ้นเวลาหายใจจะมีเสียงดังวี้ดๆ เมื่อเป็นมากขึ้นเรื่อยๆอาจจะเหนื่อยจนไม่สามารถหายใจเข้าออกได้ จนทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคหอบหืดจึงต้องมียาพ่นขยายหลอดลมติดตัวตลอดเวลา

เนื่องจากโรคหอบหืดเป็นส่่วนหนึ่งของโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบง่ายกว่าคนทั่วไป และมีโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อนสูง

Fatal Asthma Attack เป็นชื่อเรียกของอาการหอบหืดกำเริบขั้นรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ มักเกิดในผู้ที่ใ้ช้ยาควบคุมอาการไม่สม่ำเสมอ อยู่ในบริเวณที่มีสารก่อภูมิแพ้ หอบหืดเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการป้องกัน อีกกรณีหนึ่ง คือ หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้บางชนิดอย่างรุนแรง

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่องร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้ร่างกายแข็งแรงเกิดภูมิต้านทานโรค ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด กินยาหรือพ่นยาตามแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ โดยยาพ่นจะมีสองแบบ คือพ่นเพื่อป้องกัน และพ่นเมื่อมีอาการ

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้ในระบบต่างๆ

ปัจจุบันนี้คนเป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด กันมากขึ้นเรื่อยตามความเจริญที่เพิ่มขึ้นแต่สุขภาพกลับแย่ลง คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ 100 คน จะมีโอกาสหายจากโรคภูมิแพ้อย่างมากก็เพียง 50 คนเท่านั้นแถมยังมีโอกาสกลับมาเป็นภูมิแพ้ หอบหืดได้อีกทุกเมื่อหากเจอกับสารก่อภูมิแพ้ปริมาณมากๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืดมานาน มีอาการรุนแรงเรื้อรัง หรือผู้ที่ไม่เคยได้รับการตรวจวินิจฉัย และปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง

แต่อย่างน้อยปัจจุบันความรู้ก้าวหน้าใหม่ๆ เกี่ยวกับจีโนมิกส์ทางการแพทย์ น่าจะกำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากๆ และเป็นความหวังในการบำบัดรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืดที่รอคอยกันมานาน ในต่างประเทศเริ่มมีการตรวจทางพันธุกรรมในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้นเพื่อค้นหาต้นตอ และสาเหตุที่แท้จริงของโรคภูมิแพ้ หอบหืด ที่จะช่วยให้ตัดตอนได้ตั้งแต่แรก ซึ่งผลการศึกษาวิจัยต่างๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับคนไทยและคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดีในอนาคตอันใกล้

โรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ

โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ เป็นโรคภูมิแพ้ที่พบได้มากและบ่อยที่สุด เกือบ 100% เป็นอาการภูมิแพ้แบบนี้มีอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงเช่นหอบหืด ชนิดอาการที่ไม่มากนัก เช่น จาม น้ำมูกไหล เสมหะมาก คันจมูก โพรงจมูกบวมและอักเสบ rhinitis ส่วนอาการอาการที่หนักขึ้นไปอีก เช่น หอบหืด เกิดจากหลอดลมบีบตัวเฉียบพลัน แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกหรือที่เรียกว่า หอบหืด

ส่วนกรณีอาการภูมิแพ้ระดับรุนแรงที่สุด คือหลอดลมเล็กๆ ในปอดหดเกร็งหมด อวัยวะในการหายใจ เช่น กะบังลมก็หดเกร็ง แน่นหน้าอกมาก เกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลวและตายในระยะเวลาเพียงไม่นาน ส่วนใหญ่รักษาแทบไม่ทัน เช่น รายที่แพ้ยาช็อกตาย หรือ anaphylaxis เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ระบบผิวหนัง

อย่างที่รู้กันว่าอาการโรคภูมิแพ้นั้นเกิดได้กับหลายระบบของร่างกายนอกเหนือจากระบบทางเดินหายใจได้ด้วย เด่นๆเลย เช่น อาการภูมิแพ้ทางผิวหนัง เช่น หากทานอะไรบางอย่าง ผิวหนังก็เป็นผื่นคันทุกทีหรือที่เรียกว่าลมพิษ เกิดได้ทั้งชนิดฉับพลันและชนิดเรื้อรังเป็นตลอดนานหลายปี อีกแบบที่พบมากก็คือผื่นผิวหนังอักเสบซึ่งอาจปวดแสบปวดร้อนแต่คันน้อยหน่อย หลายชนิดที่เกิดจากสาเหตุการเกิดภูมิแพ้เช่นกัน มักจะเป็นอยู่เรื่อยๆ และรักษาได้ีค่อนข้างยากกับโรคภูมิแพ้แบบนี้

โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินอาหาร

เป็นที่น่าแปลกใจว่าระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ปากจนถึงลำไส้ ก็อาจเกิดอาการโรคภูมิแพ้ได้แต่เรามักมองข้ามและไม่คิดว่าเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น ปากเป็นแผล คันบริเวณเพดานปาก กระเพาะ ลำไส้มีการอักเสบ ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ท้องผูก ท้องอืด และอีกหลากหลายอาการที่เกิดเมื่อมีโรคภูมิแพ้กำเริบในระบบทางเดินอาหาร

บางคนลำไส้อาจมีการอักเสบเรื้อรัง เช่น บางคนอาจแพ้โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีในข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ โปรตีนชนิดนี้เรียกว่ากลูเด็น gluten sensitivity จะไปทำลายเยื่อบุกระเพาะและลำไส้ ต่อมาทำให้มีความรู้สึกไวต่ออาหารอื่นๆ บางชนิดต่อไปอีก ซึ่งอาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องเสียเล็กน้อย เรื้อรังไปเรื่อย ๆ

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ หอบหืดได้ ที่นีี่่

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

รักษาภูมิแพ้ที่ตา

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาการภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายส่วนของร่างกาย รวมถึงดวงตาด้วย บทความนี้จะเน้นในเรื่องภูมิแพ้ที่ตา และการรักษาภูมิแพ้ที่ตากันครับ

ภูมิแพ้ที่ตายังแบ่งออกได้อีกหลายชนิดตามตำแหน่งในตาที่เป็น เช่น เปลือกตา เยื่อตา หนังตาอักเสบ กระจกตา ภูมิแพ้ที่ตาอาจเกิดจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งป้ายตา เครื่องสำอางที่ใช้ และสาร ฝุ่นต่างๆ เกษรดอกไม้ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อมก็ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่ตาได้ โดยเกิดอาการภูมิแพ้อาจเกิดทันทีภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้ หรือใช้เวลาระยะหนึ่ง 24-72 ชั่วโมง

อาการภูมิแพ้ที่ตา จะมีอาการคันตา ตาแดง ตาบวม บางครั้งอาจมีปฏิกิริยาแพ้ที่ส่วนอื่นร่วมด้วยหรือภูมิแพ้ทั้งร่างกาย ในบางรายพบเปลือกตาแดงหนาแข็ง พุพอง อาจมีขี้ตา หรืออาจพบผิวกระจกตาหลุดลอก ยาที่พบว่ามักทำให้เกิดอาการภูมิแพ้เหล่านี้ ได้แก่ ยาขยายม่านตา ยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส หรือแม้กระทั่งสารกันเสียที่ผสมอยู่ในยา การดูแลรักษาอันดับแรกต้องหยุดการใช้ยาทันที ทำการประคบเย็นเพื่อไม่ให้หลอดเลือดขยายตัว หยอดยาแก้แพ้ ยาลดอักเสบ บางรายที่เป็นเรื้อรังมักพบมากในเด็ก

การวินิจฉัยอาจทำได้ยาก เพราะโรคเกี่ยวกับดวงตานอกเหนือจากภูมิแพ้ที่ตา ก็มีอยู่มากมาย ฉะนั้นก่อนจะทำการรักษาภูมิแพ้ที่ตา ควรแน่ใจเสียก่อนว่าเป็นภูมิแพ้อย่างแน่นอน สามารถสังเกตได้หลายจุด ผู้ใหญ่บางรายอาจมีรอยโรคบริเวณข้อพับ ในเด็กพบบริเวณใบหน้าและส่วนนอกของข้อพับ การวินิจฉัยว่าคนนั้นเป็นภูมิแพ้หรือไม่อาจมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวร่วมด้วย เช่น หอบหืด แพ้อากาศ บริเวณหนังตาจะแห้งมีสะเก็ดเป็นแผ่น

การดูแลรักษาอาจใช้โลชั่นช่วยให้ชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ยาครีมหรือขี้ผึ้งกลุ่มสเตอรอยด์นานเพราะจะทำให้ผิวบาง จึงควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เยื่อตาอักเสบ สารก่อภูมิแพ้ส่วนใหญ่อยู่ในอากาศเข้าสู่น้ำตาและเยื่อตา ต่อมามีหลอดเลือดขยายตัว ตาแดง เยื่อตาบวม เปลือกตาบวม คันตา และมีขี้ตาเหนียวปนเมือก มักมีประวัติภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ และหอบหืด การทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง อาจช่วยบอกสาเหตุว่าแพ้อะไร การรักษาที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ กำจัดฝุ่นและไรฝุ่นในบ้าน โดยเฉพาะผ้าปูที่นอน ใส่แว่นตากันแดด กันลม กันฝุ่น ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด หากมีอาการคันตา ตาบวม เคืองตา การประคบเย็นจะช่วยลดอาการได้ ถ้ามีระคายเคือง ตาแห้ง ควรหยอดน้ำตาเทียมที่ไม่มีสารกันเสียบ่อยๆ เพื่อเจือจางหรือล้างสารก่อภูมิแพ้ออกจากตา สำหรับในรายที่มีอาการคันตามาก ควรหยอดยาแก้แพ้ และ/หรือ ยากลุ่มลดอาการอักเสบ อย่างไรก็ตามควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดูสภาพกระจกตาด้วย เนื่องจากในรายที่มีเยื่อตาอักเสบชนิดรุนแรงอาจมีแผลที่กระจกตาด้วย

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูมิแพ้หอบหืดเด็กเล็ก และวิธีหลัก 3 วิธีหลีักหนีโรคหอบหืด ภูมิแพ้

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากก็คือ โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดในเด็กเล็ก เพราะเด็กเล็กพูดไม่ได้ บอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร ที่สำคัญเด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ อาการภูมิแพ้และหอบหืดอาจจะนำไปสู่การเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสที่ค่อนข้างดื้อต่อยาหลายๆยา รักษายาก และมักทำให้เกิดกลุ่มโรคติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล เด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อเชื้อดังกล่าวมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเชื้อนี้อาศัยอยู่ในลำคอของคนเรา และจะมีมากในเด็กเล็ก ซึ่งเมื่อเด็กเล็กมีอาการภูมิแพ้ที่มีอาการเด่นเป็น อาการหอบหืด เมื่อเหนื่อยหอบและหายใจแรงจากโรคหอบหืด เชื้อจะมีโอกาสหลุดเข้าไปสู่อวัยวะต่างๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปภายในได้ โดยสามารถหลุดเข้าไปได้ถึงสมองและก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ และยังเข้าสู่อวัยวะอื่นๆที่เชื่อมต่อกันได้ทั้งสิ้น

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักสังเกตอาการแทรกซ้อนในเด็กเล็ก เมื่อเกิดการการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสคือ มีไข้ขึ้นสูง งอแงและมักซึมไม่ยอมดื่มนมหรือกินอาหาร หายใจเร็วมากกว่า 40 ครั้งต่อนาที หายใจหอบ หอบหืด ติดขัด หรือมีเสียงวี้ดๆ เป็นอาการเตือนควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะเพียง 2-3 วันเท่านั้นเชื้อนิวโมคอสคัสก็สามารถแสดงอันตรายได้สูงสุด

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลเด็กเล็กคือความเอาใจใส่ คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อย ควรใส่ใจดูแลสุขอนามัยในบ้านอย่างดีที่สุดและต้องทำอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมไม่ให้โรคนี้ก่อปัญหารบกวนชีวิตประจำวันนั้นสามารถทำได้แม้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ด้วย 3 วิธีหนีหอบหืดง่ายๆ ดังนี้

1. ทำการสังเกต ค้นหาว่าร่างกายมีปฏิกิริยาภูมิแพ้ หอบหืดต่อสิ่งใดบ้าง และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น กำจัดให้พ้นจากที่พักอาศัย
2. หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น มลภาวะ ควันบุหรี่ กลิ่นฉุนต่างๆ
3. ทานยา รักษาสุขอนามัยเป็นประจำ และออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โรคภูมิแพ้ หอบหืดจากแมลงสาบ

อาการภูมิแพ้แมลงสาบ อาจมีเพียงเล็กน้อย ซึ่งมักมีอาการเกิดขึ้นได้ตลอดปี เช่น ที่พบบ่อยคือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคภูมิแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) และโรคหืด (asthma) คันที่ผิวหนัง คอ ตาและจมูก หากเกิดอาการในกลุ่มเด็กจะมีความรุนแรงมากกว่า อาจทำให้เกิดโรคหอบหืดและหายใจไม่ออก จนต้องไปโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉินหรือเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และมีโอกาสเสียชีวิตได้ถ้านำส่งโรงพยาบาลไม่ทัน

นอกจากนี้คณะผู้วิจัยนำโดย ศาสตราจารจารย์ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ยังได้พัฒนาวัคซีน โดยการนำโปรตีนของแมลงสาบกว่า 20 ชนิด มาตรวจสอบว่าชนิดใดก่อให้เกิดภูมิแพ้ เมื่อทราบว่าโปรตีนจากแมลงสาบชนิดใดที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และเป็นโปรตีนที่ไม่พบในคน จึงนำมาพัฒนาเป็นวัคซีนต้นแบบสำหรับการรักษาโรคภูมิแพ้แมลงสาบได้สำเร็จเรียกว่า วัคซีนดีเอ็นเอ โดยการนำดีเอ็นเอที่สร้างโปรตีนแมลงสาบมาเชื่อมกับดีเอ็นเอของสารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของคน ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในผู้ป่วย

อย่างไรก็ตามโรคภูมิแพ้ไม่เฉพาะที่มาจากแมลงสาบนับวันจะพบมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป สิ่งที่เป็นปัญหาของการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยนั้น ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าในบ้านจะมีสารก่อภูมิแพ้ใด จึงทำให้แพทย์เกิดแนวคิดในการทำชุดทดสอบต่าง ๆ เพื่อตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ในบ้านโดยเฉพาะเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในอดีตจะใช้ชุดตรวจสอบจากต่างประเทศซึ่งเป็นแมลงสาบคนละสายพันธุ์กับไทย ทำให้ไม่ได้มาตรฐาน แต่วันนี้เราสามารถพัฒนาน้ำยาดังกล่าวได้สำเร็จ และนำมาใช้ในการตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คลิกติดตามสิ่งที่เป็นประโยชน์ คลิก